มือใหม่ต้องการเปิดพอร์ตหุ้น??

มือใหม่ต้องการเปิดพอร์ตหุ้น??

การเริ่มต้นลงทุน พวกเราจะเสนอแนะเสมอว่าให้ลงทุนในวิชาความรู้ก่อนลงทุนจริง ใส่ความรู้ที่เกี่ยวกับการลงทุนก่อน เพียงพอพวกเรารู้เรื่องเยอะขึ้นรวมทั้งได้สัมผัสประสบการณ์จริงเกี่ยวกับการลงทุนบนพอร์ตเสมอเหมือนจริงแล้ว ก็ค่อยมาเปิดพอร์ตหุ้นลงทุนจริงกันแล้วถ้าหากพวกเราจะเปิด พอร์ตหุ้น” จะเปิดกับโบรกเกอร์ไหนดี ?ปัญหาที่น่าดึงดูดถัดมาก็คือ แล้วในตอนที่จะเปิด พอร์ตหุ้น” สักที่นึงจะเปิดกับโบรกเกอร์ไหนดีล่ะ ? สำหรับมือใหม่ พี่ทุยเสนอแนะว่าให้เลือกจากปัจจัยสำคัญก่อน

1. อัตราคอมไม่ชันอย่างที่พวกเรารู้กันว่า เมื่อใดก็ตามพวกเราส่งคำบัญชาซื้อและก็ขายหุ้นนั้น เว้นเสียแต่ค่าหุ้นที่พวกเราจำเป็นต้องจ่ายแก่โบรกเกอร์แล้ว ยังจำเป็นต้องจ่ายค่าธรรมเนียมซื้อขายแลกเปลี่ยนหุ้น หรือที่เรียกกันเคยปากว่า ค่าคอมไม่ชัน” อีกด้วย สมมุติว่าพวกเราสั่งซื้อหุ้น XYZ ที่หุ้นละ 10 บาท ปริมาณ 1,000 หุ้น รวมทั้งสิ้น 10,000 บาท ถ้าหากโบรกเกอร์ที่พวกเราใช้บริการอยู่นั้นคิดค่าคอมไม่ชันอยู่ที่ 0.25% พอๆกับว่า พวกเราควรต้องจ่ายค่าซื้อหุ้น XYZ รวมทั้งสิ้น 10,025 บาท รวมทั้งในเวลาถัดมา พวกเราตกลงใจสั่งขายหุ้น XYZ เมื่อหุ้นดังกล่าวข้างต้นมีมูลค่าหุ้นละ 15 บาท เมื่อหักค่าคอมไม่ชัน 0.25% พวกเราจะได้รับเงินรวมทั้งสิ้น 14,962.50 บาท
รวมทั้งเมื่อพินิจผลกำไรจากการซื้อแล้วก็ขายหุ้น XYZ จะพอๆกับ 4,937.50 บาท คิดฯลฯทุนอันมีต้นเหตุจากค่าคอมไม่ชันรวมทั้งสิ้น 62.50 บาทนั่นเอง
จากแบบอย่างดังที่กล่าวมาข้างต้น พี่ทุยชี้แนะเลยว่าเลือกโบรกเกอร์ที่ค่าคอมฯ ต่ำ ยิ่งต่ำเท่าใดยิ่งดีเพียงแค่นั้น
2. 
ไร้คุณค่าคอมไม่ชันอย่างต่ำ
ค่าคอมไม่ชันอย่างต่ำ เป็น ค่าใช้จ่ายอย่างน้อยต่อการค้าขายต่อวัน อย่างเช่น โบรกเกอร์ระบุว่าค่าคอมไม่ชันพอๆกับ 0.25% แต่ว่ามีอย่างน้อยอยู่ที่ 50 บาท แปลว่า หากวันนี้พวกเราซื้อหุ้น XYZ ที่หุ้นละ 10 บาท ปริมาณ 1,000 หุ้น โน่นเป็น พวกเราซื้อทั้งปวงรวม 10,000 บาท ในกรณีนี้ค่าคอมไม่ชันจะพอๆกับ 10,000 x 0.25% พอๆกับ 25 บาท
แล้วหากในวันนั้นพวกเราไม่มีการค้าขายหุ้นตัวไหนเพิ่มเติมอีกเลย พวกเราจำเป็นจะต้องเสียค่าคอมไม่ชันพอๆกับ 50 บาท เพราะเป็นอย่างน้อยพื้นที่โบรกเกอร์ระบุ จากที่ควรจะเสียเพียงแต่ 20 บาทตามจำนวนการค้าขายจริง
สำหรับมือใหม่จากประสบการณ์ที่พวกเราพบมา โดยธรรมดาเงินออมบางทีอาจจะยังมิได้สูงมากมาย เวลาซื้อขายแลกเปลี่ยนชอบแบ่งซื้อหุ้นหลายตัว รวมทั้งแบ่งเข้าซื้อหลายรอบ ต่างวันต่างราคากันไปเพื่อเป็นการเฉลี่ยราคา
ทำให้การค้าขายในทุกวันยังเป็นจำนวนเงินไม่มาก มีทิศทางที่จะจำต้องจ่ายค่าคอมไม่ชันอย่างต่ำกันทุกวี่วันที่มีการจำหน่ายหุ้นแน่ๆ ซึ่งเป็นการชำระเงินออกมาจากพอร์ตโดยไม่จำเป็น
โน่นเลยเป็นเหตุว่า สำหรับมือใหม่แล้วเพราะเหตุใดจำเป็นต้องเลือกโบรกเกอร์ที่ไม่มีการเรียกเก็บค่าคอมไม่ชันอย่างต่ำนั่นเอง
3. 
เครื่องไม้เครื่องมือ
อุปกรณ์ที่พวกเรากล่าวถึงก็คือ ใดๆก็ตามซึ่งสามารถช่วยทำให้ปรับพวกเราค้าขายหุ้นได้สบายขึ้น มีคุณภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยกตัวอย่างเช่น โปรแกรม Streaming ที่เอาไว้สำหรับจำหน่ายหุ้นออนไลน์ผ่านเว็บและก็แอปพลิเคชัน ที่เอาไว้สำหรับจำหน่ายออนไลน์ผ่านเว็บรวมทั้งแอปพลิเคชัน ได้เลย หรือหากลงทุนมาสักระยะหากมีโปรแกรมซึ่งสามารถดูกราฟของหุ้นได้ด้วย ก็จะช่วยทำให้ปรับพวกเราจำหน่ายหุ้นได้อย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นเนื่องจากว่าจะช่วยทำให้ปรับพวกเรามองเห็นแนวโน้มของราคา พวกเราสามารถถามกับโบรกเกอร์ก่อนที่จะพวกเราจะเปิดพอร์ตได้เลย ว่ามีเครื่องไม้เครื่องมืออะไรให้กับพวกเราบ้าง
4. 
ข้าราชการการตลาด (Marketing)
หรือที่พวกเราจะเรียกว่า มาร์” ที่เป็นข้าราชการรอส่งคำบัญชาจำหน่าย รวมทั้งรอให้คำปรึกษาสำหรับเพื่อการค้าขายหุ้นให้กับพวกเรา บางทีพวกเราบางครั้งอาจจะไม่สบายเข้ามองพอร์ตหุ้นตนเองตลอดทั้งวัน หลายครั้งมาร์ก็จะรอโทรบอกเมื่อมีข่าวสารที่กระทบกับหุ้นแรงด้วยเหมือนกัน แต่ว่าข้อกำหนดก็คือจำนวนมากแล้วมาร์หนึ่งคนชอบดูแลลูกค้าคนไม่ใช่น้อย ถ้าเกิดมือใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มลงทุนบางครั้งก็อาจจะมิได้รับการติดต่อเท่าไร ด้วยเหตุดังกล่าวถ้าหากพวกเรามีเรื่องที่น่าสงสัยบางทีอาจจะจะต้องเป็นข้างโทรศัพท์หาเพื่อถามไถ่รายละเอียดอื่นๆด้วยตัวเอง
5. 
บทวิจารณ์
บทวิจารณ์เป็นอีกต้นเหตุนึงที่สำคัญเป็นอย่างมาก ส่วนตัวเรามีความรู้สึกว่าบทวิจารณ์เป็นราวกับแหล่งสรุปข่าวสาร ว่าข่าวสารก่อนหน้าที่ผ่านมากระทบกับหุ้นตัวไหนอย่างไรบ้าง รวมทั้งเป็นตัวช่วยคัดหุ้นว่าตัวไหนน่าดึงดูด เพื่อที่จะได้ให้พวกเรากลับไปทำการบ้านเพิ่มว่าพวกเราควรค้าขายยังไง Read more มือใหม่ต้องการเปิดพอร์ตหุ้น??

มาจับผิดหุ้นกัน??

มาจับผิดหุ้นกัน??

การ จับผิด” ตัวหุ้นที่มองเห็นได้ง่ายและก็แจ่มกระจ่างที่สุดน่าจะเป็นเรื่องของจำนวนการค้าขายหลักทรัพย์ในตลาดวันต่อวัน หุ้นตัวไหนที่มีจำนวนการค้าขาย มากยิ่งกว่าธรรมดามากมาย” นั้นคงจะวัดจากจำนวนการค้าขายหุ้นเทียบกับ Market Cap. ของหุ้นของบริษัท โดยธรรมดา ผมมีความรู้สึกว่าหุ้นที่มีจำนวนการค้าขายต่อวันสูงยิ่งกว่า 1%

ก็คงจะนับว่าเป็นหุ้นที่มีการ เก็งกำไร” สูง ซึ่งก็คือว่ามีคนเล่นหุ้นตัวนั้นมากมาย เป็นซื้อหุ้นมาเพื่อจะขายต่อทำเงินอย่างเร็ว พวกเขาคงจะมิได้นึกถึงเรื่องของฐานรากของธุรกิจนักแม้กระนั้นมักเน้นย้ำที่ข่าวสารหรือ สตอปรี่” ของบริษัทที่ชอบไม่ค่อยใช่หรือเป็นได้ยาก โดยเหตุนั้น เวลาพวกเราพินิจพิจารณาหุ้นกลุ่มนี้ พวกเราบางทีก็อาจจะต้องระมัดระวังว่า ราคาหุ้นบางทีอาจจะสูงยิ่งกว่าราคาเบื้องต้นหากเรื่องราวต่างๆนั้นได้โอกาสที่จะไม่เกิดขึ้นหรือเปล่าเสร็จสูง แม้กระนั้น จำนวนจำนวนการค้าขายหุ้นนี้ก็คงจะจะต้องมีการวัดว่ามันสูงเกิน 1% ไปๆมาๆน้อยเพียงใด เหมือนกัน พวกเราจำเป็นต้องมองว่าจำนวนหุ้นเวียนในตลาดของหุ้นตัวนั้นเป็นยังไง ด้วยเหตุว่าหากหุ้นเวียนนั้นมีน้อยเป็นต้นว่า มีเพียงแค่ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ อัตราการค้าขาย 1% ก็จะยิ่งมองสูงมากขึ้น แต่ว่าหากหุ้นเวียนสูง อัตรา 1% ต่อวันก็บางครั้งอาจจะยอมรับได้
การจับผิดในด้านของราคาหุ้นนั้น สิ่งที่ผมจะมองก็คือ ความผันแปรของราคาหุ้น” โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ รุนแรง” มากมายนั้น ราคาที่ปรับพฤติกรรมขึ้นหรือลงชอบสูงขึ้นยิ่งกว่าธรรมดามากมาย บางวันกระโจนขึ้น 3-5% โดยที่ไม่มีเรื่องราวอะไรเลยหรือมีแม้กระนั้นข่าวสารที่มิได้น่าตื่นตาตื่นใจในด้านของฐานราก เป็นต้นว่า ผู้บริหารหรือ ที่มาของข่าว” คาดว่าผลกำไรสามกาญจนานี้จะ โต” ฯลฯ ลักษณะของราคาหุ้นที่ดีดตัวขึ้นแรงเป็นบ่อยนั้น สิ่งที่ผมหนักใจก็คือ มันบางครั้งก็อาจจะเป็นหุ้นที่ถูก “Corner” หรือหุ้นที่ผู้บริหารรวมทั้ง/หรือนักลงทุนรายใหญ่ได้ซื้อหุ้นจนกระทั่งหลงเหลืออยู่ในมือของนักลงทุนรายย่อยน้อยมากจนกระทั่งทำให้เมื่อมีคนเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มเติม ราคาก็จะ กระโจน” ขึ้นไปแรงมากมาย ในเหตุการณ์แบบงี้ ราคาหุ้นก็ชอบ อยู่สำหรับในการควบคุม” ของคนบางบุคคลหรือบางกรุ๊ปได้
ในที่สุดในเรื่องของราคาหุ้นก็คือ ผมชอบมอง Market Cap. ของหุ้นก่อนจะเริ่มเข้าไปพินิจพิจารณา เนื่องจากค่าตลาดของหุ้นนั้นมันบอกถึง ขนาด” ของธุรกิจการค้าว่ามันใหญ่ขนาดไหน ซึ่งผมก็ชอบมองว่ามันอยู่ในอุตสาหกรรมอะไร คู่ปรปักษ์ที่มีขนาดใหญ่มี Market Cap. เยอะแค่ไหนเทียบกับขนาดของบริษัท หากพบว่าบริษัทอยู่ในอุตสาหกรรมที่มิได้ใหญ่มโหฬารนักหรือยอดจำหน่ายของบริษัทก็มิได้สูงมากมายแต่ว่าค่าหุ้นของบริษัทขณะนั้นสูง เป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท” ผมก็จำเป็นต้องระวังมากมายเวลาพินิจพิจารณา หรือไม่ก็เลิกดูหรือเลิกพอใจไปเลย เพราะว่าช่องทางที่พวกเราจะซื้อหุ้นคงมีน้อย หรือถ้าหากซื้อก็ได้โอกาส ไม่ถูกอย่างแรง” สูง Read more มาจับผิดหุ้นกัน??

ก่อนซื้อหุ้น 1 ตัวควรจะมองอะไร??

ก่อนซื้อหุ้น 1 ตัวควรจะมองอะไร??

ก่อนซื้อหุ้น ตัวจำต้องมองอะไรบ้าง เป็นอีก ปริศนาคลาสสิกที่ถามง่าย แต่ว่าตอบยากมากมาย เพราะว่าปริศนานั้นช่างยืดยาวเกินกว่าจะตอบให้จบได้ในบรรทัดเดียว อย่างกระนั้นเลย วันนี้ ก็เลยเขียนเนื้อหาของบทความขึ้นมาตอบให้เสียเลยว่า การจะซื้อหุ้นสักตัวนั้นจำต้องตรึกตรองอะไรบ้าง 

1 ต้นสายปลายเหตุมหภาค บริษัทได้รับผลพวงต่อสาเหตุมหภาคอย่างไรบ้าง เสนอแนะให้พินิจพิเคราะห์จาก PESTEL Model เป็นต้นว่า การบ้านการเมือง เศรษฐกิจ,รูปแบบทางสังคม,เทคโนโลยี สภาพแวดล้อม แล้วก็ข้อบังคับ ลักษณะอุตสาหกรรม บริษัทได้อยู่ในอุตสาหกรรมแบบใด แล้วก็อุตสาหกรรมมีความรู้และความเข้าใจสำหรับเพื่อการแข่งเยอะแค่ไหน เสนอแนะให้พินิจพิเคราะห์จาก 5 Forces Model อย่างเช่น ต้นเหตุจากลูกค้า,เหตุจากคู่ค้า เหตุจากการประลองในอุตสาหกรรมเอง,ต้นเหตุจากผู้เล่นรายใหม่ แล้วก็เหตุจากผลิตภัณฑ์ชดเชย ฐานรากบริษัทเชิงประสิทธิภาพ บริษัททำธุรกิจอะไร แล้วก็มีองค์ประกอบธุรกิจเป็นเยี่ยงไรบ้าง เสนอแนะให้ไตร่ตรองจาก Business Model Canvas ดังเช่น คุณประโยชน์ของบริษัท,ความข้องเกี่ยวกับลูกค้า,หนทางการจำหน่าย,กิจกรรมหลัก พาร์ทเนอร์หลัก,ทรัพยากรหลัก,องค์ประกอบรายได้ รวมทั้งส่วนประกอบเงินลงทุน รวมถึงอีกเหตุที่สำคัญมาก เป็น การเสี่ยงของธุรกิจ เบื้องต้นบริษัทเชิงจำนวน บริษัทมีงบการเงินเช่นไร รวมทั้งงบการเงินมีคุณภาพเท่าไร เสนอแนะให้พินิจพิเคราะห์ทุกงบการเงิน ตัวอย่างเช่น งบประมาณแสดงฐานะด้านการเงิน ,งบประมาณผลกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ,งบประมาณกระแสการเงินสด งบประมาณแสดงความเคลื่อนไหวส่วนของผู้ถือหุ้น รวมทั้ง หมายเหตุประกอบงบการเงิน รวมถึง ความเห็นของผู้ตรวจสอบบัญชีด้วย ผู้บริหาร และก็บุคคลที่เกี่ยวโยง สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้ตัวบริษัทเองเลย เป็น ผู้ที่เกี่ยวกับบริษัทนั้น ไล่ตั้งแต่ ผู้บริหาร ที่ปรึกษา ผู้ถือหุ้นใหญ่ นักลงทุนควรจะค้นหาเรื่องราวคดโกง หรือจังหวะที่จะคดโกงของแต่ละคนอย่างประณีต จังหวะเติบโต กิจการค้าที่ดีจะต้องมีคุณภาพดีแล้ว ธุรกิจที่ดีก็จะต้องมีการเจริญเติบโตด้วย นักลงทุนการวิเคราะห์จังหวะการเจริญเติบโตของรายได้ กำไรทั้งสิ้น รวมทั้งโบนัสของบริษัท ผ่านประเด็นต่างๆราคาฐานรากของธุรกิจ บริษัทจะต้องมีค่าเท่าใด นักลงทุนจำเป็นต้องพิจารณาถึงต้นเหตุที่จะประยุกต์ใช้สำหรับเพื่อการประมาณมูลค่าอย่างมีเหตุผล เลือกแนวทางที่ยอดเยี่ยมและก็เหมาะสมกับธุรกิจการค้า แผนการการลงทุน ก่อนที่จะค้าขายหุ้นทุกคราว นักลงทุนควรจะมีแผนในใจเสมอว่าจะมีเป้าการลงทุนอย่างไรบ้าง เมื่อใดจะซื้อ เมื่อไรจะถือ แล้วก็เมื่อใดจะขาย การวางเป้าหมายไว้ล่วงหน้าจะก่อให้การลงทุนมีคุณภาพ การจัดพอร์ตฟอลิโอ นอกเหนือจากการที่จะซื้อหุ้นไหนแล้ว นักลงทุนยังจำเป็นต้องทราบอีกด้วยว่าจะซื้อหุ้นในจำนวนเท่าไรของพอร์ต การจัดสรรการเสี่ยงของพอร์ตฟอลิโอ 10 จิตวิทยาการลงทุน สำหรับการลงทุนทุกหน นักลงทุนจะต้องรู้จักตัวเอง รวมทั้งจำต้องรู้จักคนอื่นเหตุว่า แต่ละคนกำลังคิดอะไร แต่ละคนกำลังตกอยู่ในสภาพการณ์ความรู้สึกแบบไหน อคติหรือความบกพร่องใดกำลังเกาะซาบซึ้งใจของแต่ละคนอยู่ พวกเราจำเป็นต้องก้าวผ่านอคติในใจพวกเราเอง และก็พวกเราควรต้องใช้อคติที่อยู่ในใจคนอื่นๆให้มีคุณประโยชน์ ทั้งหมดทั้งปวงนี่ เป็น สิ่งที่จะต้องไตร่ตรองก่อนซื้อหุ้น ตัว Read more ก่อนซื้อหุ้น 1 ตัวควรจะมองอะไร??

กลยุทธ์ไม่ลับ นักลงทุนใหม่จำเป็นต้องทราบ

กลยุทธ์ไม่ลับ นักลงทุนใหม่จำเป็นต้องทราบ

วันนี้ผมก็เลยมี เคล็ดลับไม่ลับการลงทุนสำหรับมือใหม่” อีกทั้ง ข้อ มาแบ่งปันกัน พวกเรามาดูกันเลยว่ากลยุทธ์ไม่ลับทั้งยัง ข้อนั้นมีอะไรบ้าง ?

1. “ลงทุนในตนเอง
การลงทุนที่ยอดเยี่ยม เป็นการลงทุนในตัวคุณเอง” เป็นคำบอกเล่ายอดนิยมของนักลงทุนเน้นย้ำคุณประโยชน์ (VI) ระดับตำนานของโลก อย่างปู่วอร์เรน บัฟเฟต ฉะนั้นก่อนจะเริ่มลงสู่สนามจริง ต้องลงทุนในวิชาความรู้ก่อน โดยไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินเสียทองซื้อหลักสูตรเรียนแพงเพียงแค่หาเรียนฟรีตามโซเชียลเน็ตเวิร์ค หาอ่านจากหนังสือดีก็พอเพียงแล้วในการลงทุนในพื้นฐาน
การลงทุนในตนเอง ทั้งยังวิชาความรู้รวมทั้งสุขภาพ จะไม่มีผู้ใดมาแย่งมันไปจากคุณได้ การลงทุนอย่างงี้ยิ่งลงทุน ยิ่งเติบโต ยิ่งดียิ่งขึ้น เป็นการลงทุนที่ดีมากกว่าการลงทุนในทรัพย์สินใดๆก็ตามทั้งมวล อย่าลืมว่าตัวคุณเองเป็นทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดนะครับ
2. 
รู้จัก ตนเอง
แน่ๆว่าทุกคนที่เข้ามาลงทุนล้วนอยากผลกำไรหรือผลตอบแทนที่มาขึ้น แม้กระนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะมุ่งค้ากำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว สิ่งจำเป็นที่จำเป็นจะต้องคุณจำเป็นต้องทราบก่อนเป็นขั้นตอนแรกเลย ก็คือ วัตถุประสงค์สำหรับเพื่อการลงทุนจำต้องแจ้งชัด” ได้แก่ อยากลงทุนเพื่อปลดเกษียณ ปรารถนาเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือเพื่อเก็บไว้เป็นมรดกให้บุตรหลานถัดไป ฯลฯ เมื่อคุณทราบจุดหมายการลงทุนที่แจ่มชัดแล้ว ก็จะสามารถเลือกหนทางและก็กระบวนการลงทุนได้อย่างเหมาะควรที่จะช่วยทำให้คุณไปสู่จุดมุ่งหมายได้จริง
อีกสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน เป็นจำเป็นต้องรู้สึกตัวเองว่า รับการเสี่ยงได้เพียงใด?” อย่ามองดูแต่ว่าที่ผลกำไรเพียงอย่างเดียว
3. 
เงินทุนสำรอง
ข้อนี้จะไม่เกี่ยวกับการลงทุนโดยตรง แต่ว่าชี้แนะว่าต้องการให้มีกันทุกคน มันก็คือ เงินออม” หรือ เงินทุนสำรองเผื่อเร่งด่วน” โดยอย่างต่ำควรจะมีเงินออมไว้โดยประมาณ 3-6 เท่าของรายการจ่ายเฉลี่ยต่อเดือน ซึ่งควรที่จะเก็บเอาไว้ที่ซึ่งสามารถนำเงินออกมาใช้ได้รวดเร็วทันใจรวมทั้งการเสี่ยงต่ำ อย่างเช่น เงินออมออมทรัพย์ กองทุนรวมตลาดเงินตรา ฯลฯ
4. 
ใช้ เงินเย็น
การลงทุนในหุ้นนั้นมี การเสี่ยง” เงินที่จะเอามาลงทุนจะต้องเป็น เงินเย็น” เอาง่ายๆก็คือ เงินที่คุณมิได้ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นเงินที่ไม่เป็นผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคุณ หรือสามารถเสียไปโดยที่ไม่ลำบาก (แต่ว่าถ้าหากขาดทุนหนักก็เครียดเช่นกัน 555)
ยิ่งไปกว่านี้ ชี้แนะว่าอย่าพึ่งใช้เงินกู้ยืม หรือ Leverage สำหรับการเล่นหุ้น ด้วยเหตุว่าควรมีภาระหน้าที่ทั้งยังดอก และก็รายจ่ายอื่นๆตามมา โดยยิ่งไปกว่านั้นเมื่อคุณขาดทุนหนักจะมีผลให้พวกเราติดหนี้ติดสินตามมาอีกด้วย
5. 
รู้จัก หุ้น” ที่จะลงทุน
อันดับแรกจำต้องรู้เรื่องไม่เหมือนกันระหว่างคำว่า เล่นหุ้น” กับ การลงทุนในหุ้น” เสียก่อน โดยคำว่า เล่นหุ้น” นั้น ชอบซึ่งก็คือการเล่นเก็งกำไรในระยะสั้นจากส่วนต่างราคาหุ้น ส่วน การลงทุนในหุ้น” จะย้ำไปที่การลงทุนระยะยาว ดูที่เบื้องต้นของหุ้นเป็นหลัก โดยมุ่งหวังผลตอบแทนจากการเจริญเติบโตของบริษัท รวมทั้งโบนัสเป็นหลัก สำหรับมือใหม่ ขอชี้แนะให้เริ่มลงทุนระยะยาวเป็นลำดับแรก อย่าพึ่งจะไปเล่น เก็งกำไร” เพราะว่าโดยสถิติแล้วส่วนมากชอบจบไม่สวยนัก
การลงทุนในหุ้นตัวไหน คุณจำต้องรู้ก่อนว่า หุ้นตัวนั้นประกอบธุรกิจอะไร ผลจากการดำเนินงานก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา และก็เทรนในอนาคตเป็นเยี่ยงไร ข้อมูล บทวิจารณ์ ข่าวสาร ผู้บริหาร วิสัยทัศน์ แล้วก็ฯลฯ ยิ่งทราบแล้วก็รู้เรื่องในหุ้นหรือบริษัทที่คุณจะลงทุนเยอะแยะก็ยิ่งดี ที่สำคัญเป็น จำต้องรู้จักพินิจพิจารณา รวมทั้งประมาณค่าที่จริงจริง เพื่อได้วางแผนลงทุนได้อย่างแม่นยำ
6. 
รักษา ทุน” ให้ได้ก่อน
วอร์เรน บัฟเฟต นักลงทุนระดับตำนานของโลก เคยกล่าวไว้ว่า กฎการลงทุนมี ข้อ ข้อแรกเป็นอย่าขาดทุน ข้อสองเป็นอย่าลืมกฎข้อแรก” กรรมวิธีลงทุนที่เยี่ยมที่สุด เป็น อย่าขาดทุน” ในระยะแรกอย่าเพิ่งจะจุดโฟกัสที่ผลกำไรเป็นหลัก เนื่องมาจากความปรารถนาที่ต้องการจะได้กำไรสูงจะก่อให้กำเนิดความโลภละโมบ จนถึงครั้งคราวนำมาซึ่งการตัดสินใจที่บกพร่องได้ โดยเหตุนี้ สิ่งจำเป็นที่คุณจำเป็นต้องถามตนเองเสมอเป็น พวกเราจะลดการเสี่ยงสำหรับในการขาดทุนได้เช่นไร? Read more กลยุทธ์ไม่ลับ นักลงทุนใหม่จำเป็นต้องทราบ

มือใหม่ต้องการเปิดพอร์ตหุ้น??

มือใหม่ต้องการเปิดพอร์ตหุ้น??

การเริ่มต้นลงทุน พวกเราจะชี้แนะเสมอว่าให้ลงทุนในวิชาความรู้ก่อนลงทุนจริง ใส่ความรู้ที่เกี่ยวพันกับการลงทุนก่อน พอเพียงพวกเรารู้เรื่องเยอะขึ้นรวมทั้งได้สัมผัสประสบการณ์จริงเกี่ยวกับการลงทุนบนพอร์ตเปรียบเสมือนจริงแล้ว ก็ค่อยมาเปิดพอร์ตหุ้นลงทุนจริงกันแล้วถ้าหากพวกเราจะเปิด พอร์ตหุ้น” จะเปิดกับโบรกเกอร์ไหนดี ?ปัญหาที่น่าดึงดูดถัดมาก็คือ แล้วในช่วงเวลาที่จะเปิด พอร์ตหุ้น” สักที่นึงจะเปิดกับโบรกเกอร์ไหนดีล่ะ ? สำหรับมือใหม่ พี่ทุยชี้แนะว่าให้เลือกจากปัจจัยสำคัญก่อน

1. อัตราคอมไม่ชัน
อย่างที่พวกเรารู้กันว่า เมื่อใดก็ตามพวกเราส่งคำบัญชาซื้อแล้วก็ขายหุ้นนั้น เว้นแต่ราคาหุ้นที่พวกเราจำเป็นต้องจ่ายแก่โบรกเกอร์แล้ว ยังจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมซื้อขายแลกเปลี่ยนหุ้น หรือที่เรียกกันเคยปากว่า ค่าคอมไม่ชัน” อีกด้วย สมมุติว่าพวกเราสั่งซื้อหุ้น XYZ ที่หุ้นละ 10 บาท ปริมาณ 1,000 หุ้น รวมทั้งสิ้น 10,000 บาท ถ้าหากโบรกเกอร์ที่พวกเราใช้บริการอยู่นั้นคิดค่าคอมไม่ชันอยู่ที่ 0.25% พอๆกับว่า พวกเราจึงควรจ่ายค่าซื้อหุ้น XYZ รวมทั้งสิ้น 10,025 บาท รวมทั้งในเวลาถัดมา พวกเราตกลงใจสั่งขายหุ้น XYZ เมื่อหุ้นดังที่กล่าวมาแล้วมีมูลค่าหุ้นละ 15 บาท เมื่อหักค่าคอมไม่ชัน 0.25% พวกเราจะได้รับเงินรวมทั้งสิ้น 14,962.50 บาท
รวมทั้งเมื่อพินิจพิเคราะห์ผลกำไรจากการซื้อและก็ขายหุ้น XYZ จะพอๆกับ 4,937.50 บาท คิดฯลฯทุนอันเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากค่าคอมไม่ชันรวมทั้งสิ้น 62.50 บาทนั่นเอง
จากแบบอย่างดังที่ได้กล่าวมาแล้ว พี่ทุยชี้แนะเลยว่าเลือกโบรกเกอร์ที่ค่าคอมฯ ต่ำ ยิ่งต่ำมากแค่ไหนยิ่งดีแค่นั้น
2. 
ไร้ค่าคอมไม่ชันอย่างน้อย
ค่าคอมไม่ชันอย่างต่ำ เป็น รายการจ่ายอย่างน้อยต่อการค้าขายต่อวัน เป็นต้นว่า โบรกเกอร์ระบุว่าค่าคอมไม่ชันพอๆกับ 0.25% แม้กระนั้นมีอย่างต่ำอยู่ที่ 50 บาท แปลว่า ถ้าหากวันนี้พวกเราซื้อหุ้น XYZ ที่หุ้นละ 10 บาท ปริมาณ 1,000 หุ้น โน่นเป็น พวกเราซื้อทั้งผองรวม 10,000 บาท ในกรณีนี้ค่าคอมไม่ชันจะพอๆกับ 10,000 x 0.25% พอๆกับ 25 บาท
แล้วถ้าหากในวันนั้นพวกเราไม่มีการค้าขายหุ้นตัวไหนเพิ่มเติมอีกเลย พวกเราจำเป็นที่จะต้องเสียค่าคอมไม่ชันพอๆกับ 50 บาท เนื่องจากว่าเป็นอย่างน้อยที่โบรกเกอร์ระบุ จากที่ควรจะเสียเพียงแต่ 20 บาทตามจำนวนการค้าขายจริง
สำหรับมือใหม่จากประสบการณ์ที่พวกเราพบมา โดยธรรมดาเงินออมบางครั้งอาจจะยังมิได้สูงมากมาย เวลาจำหน่ายชอบแบ่งซื้อหุ้นหลายตัว แล้วหลังจากนั้นก็แบ่งเข้าซื้อหลายรอบ ต่างวันต่างราคากันไปเพื่อเป็นการเฉลี่ยราคา
ทำให้การค้าขายในวันแล้ววันเล่ายังเป็นจำนวนเงินไม่เยอะแยะ มีลักษณะท่าทางที่จะจำเป็นต้องจ่ายค่าคอมไม่ชันอย่างน้อยกันทุกวี่ทุกวันที่มีการจำหน่ายหุ้นแน่ๆ ซึ่งเป็นการชำระเงินออกมาจากพอร์ตโดยไม่จำเป็น
โน่นเลยเป็นเหตุว่า สำหรับมือใหม่แล้วเพราะเหตุไรจำต้องเลือกโบรกเกอร์ที่ไม่มีการเรียกเก็บค่าคอมไม่ชันอย่างน้อยนั่นเอง
3. 
เครื่องไม้เครื่องมือ
อุปกรณ์ที่พวกเราเอ๋ยถึงก็คือ ใดๆก็ตามซึ่งสามารถช่วยทำให้ปรับพวกเราซื้อขายแลกเปลี่ยนหุ้นได้สบายขึ้น มีคุณภาพเยอะขึ้นเรื่อยๆ ยกตัวอย่างเช่น โปรแกรม Streaming ที่เอาไว้สำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยนหุ้นออนไลน์ผ่านเว็บรวมทั้งแอปพลิเคชัน ที่เอาไว้สำหรับจำหน่ายออนไลน์ผ่านเว็บรวมทั้งแอปพลิเคชัน ได้เลย หรือหากลงทุนมาสักระยะถ้าหากมีโปรแกรมซึ่งสามารถดูกราฟของหุ้นได้ด้วย ก็จะช่วยปรับพวกเราจำหน่ายหุ้นได้อย่างมีคุณภาพเพิ่มมากขึ้นเพราะว่าจะช่วยให้พวกเรามองเห็นแนวโน้มของราคา พวกเราสามารถซักถามกับโบรกเกอร์ก่อนที่จะพวกเราจะเปิดพอร์ตได้เลย ว่ามีเครื่องไม้เครื่องมืออะไรให้กับพวกเราบ้าง
4. 
ข้าราชการการตลาด (Marketing)
หรือที่พวกเราจะเรียกว่า มาร์” ที่เป็นข้าราชการรอส่งคำบัญชาค้าขาย รวมทั้งรอให้คำปรึกษาสำหรับการซื้อขายแลกเปลี่ยนหุ้นให้กับพวกเรา บางคราวพวกเราบางครั้งก็อาจจะไม่สบายเข้ามองพอร์ตหุ้นตนเองตลอดวัน หลายครั้งมาร์ก็จะรอโทรบอกเมื่อมีข่าวสารที่กระทบกับหุ้นแรงด้วยเหมือนกัน แต่ว่าข้อกำหนดก็คือโดยมากแล้วมาร์หนึ่งคนชอบดูแลลูกค้าหลายๆคน หากมือใหม่ที่พึ่งเริ่มลงทุนบางทีอาจจะมิได้รับการติดต่อเท่าใด โดยเหตุนี้หากพวกเรามีคำถามบางทีอาจจะจะต้องเป็นข้างโทรศัพท์หาเพื่อซักถามข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้ด้วยตัวเอง
5. 
บทวิจารณ์
บทวิจารณ์เป็นอีกเหตุนึงที่สำคัญอย่างยิ่ง ส่วนตัวสำหรับเรารู้สึกว่าบทวิจารณ์เป็นราวกับแหล่งสรุปข่าวสาร ว่าข่าวสารก่อนหน้านี้ที่ผ่านมากระทบกับหุ้นตัวไหนอย่างไรบ้าง รวมทั้งเป็นตัวช่วยเลือกสรรหุ้นว่าตัวไหนน่าดึงดูด เพื่อที่จะได้ให้พวกเรากลับไปทำการบ้านเพิ่มอีกว่าพวกเราน่าจะซื้อขายแลกเปลี่ยนยังไง Read more มือใหม่ต้องการเปิดพอร์ตหุ้น??